Showing posts with label lungsuan. Show all posts
Showing posts with label lungsuan. Show all posts

ร้านครัวในบ้าน หลังสวน

ร้านครัวในบ้านอยู่แถวถนนหลังสวน  ซึ่งจัดร้านแบบสบายๆ เหมือนนั่งทานอาหารในบ้านจริงๆ ตรงตามชื่อของร้านนี้เลย ข้อดีของร้านนี้ก็คือมีที่จอดรถที่อยู่ภายในบริเวณตัวร้านแต่ลูกค้าก็แน่นพอสมควร เพราะฉะนั้นถ้ามาทานช่วงเย็นๆ ถึงค่ำ ก็น่าจะหาที่จอดรถได้ลำบาก วันที่เราไปทาน โต๊ะเต็มทุกโต๊ะ ขายดีมากๆ

เมนูมีให้เลือกมากมาย สำหรับจานด้านล่างเป็น complimentary ที่เสริฟให้ลูกค้าระหว่างรออาหาร เป็นขนมกุ้ยช่าย แป้งบาง มี 4 รส





































เมนูแรกของวันนี้ ผัดผักน้ำ เป็นเมนูที่ไม่มีให้ทานตามร้านทั่วๆ ไป ผักที่รานนี้เป็นยอดอ่อนๆ ผัดออกมาใช้ได้ทีเดียว



















ถัดมา เป็นอาหารธรรมดาๆ หมูทอดกระเทียมพริกไทย ทอดออกมาได้แห้งทีเดียว เข้ากันได้ดีกับแกงส้มชะอมกุ้ง ที่พวกเรายกให้เป็นเมนูแนะนำของร้านนี้เลย แกงส้มข้นได้ใจจริงๆ แถมกุ้งก็สด ทุกอย่างในชามนี้ปรุงออกมาได้ลงตัวทีเดียว



































เมนูด้านล่างเป็น หอยนางรมกระทะร้อน รสชาติใช้ได้ ทานคู่กับซอสพริก



















ถัดมาก็มียำปลาดุกฟู ที่ทอดออกมาได้ฟูกรอบ และยำวุ้นเส้นที่รสชาติกำลังดี ไม่เผ็ดเกินไป





















































โดยรวมอาหารร้านนี้รสชาติดีแถมราคาไม่แพงอีกด้วยค่ะ


===============================
Restaurant Name: Krua Nai Barn
Locaiton: Lung Suan
Price: 200 THB/Person
===============================

King Kong Yakiniku Buffet (By Nami)

ร้าน King Kong เป็นร้าน buffet ประเภทปิ้ง ย่าง ที่ตั้งอยู่แถวหลังสวน ถ้าเราเลี้ยวซ้ายมาจากสี่แยกตรง Central Chidlom ขับมาไม่เกิน 150 เมตร โดยให้สังเกตทางเข้าตึกที่มี้ร้านนี้ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือ (จำชื่อตึกไม่ได้) เราสามารถจอดรถได้ฟรีที่ตึกนี้ แต่ต้องอย่าลืมนำบัตรไป stamp ที่ร้านด้วยนะคะ ร้านจะอยู่ข้างหน้าตึกติดกับถนน เท่าที่สังเกตดูร้านขนาดไม่ใหญ่มาก น่าจะมีโต๊ะไม่เกิน 12 โต๊ะ เราเลือกไปทานวันธรรมดา น่าจะเลยเที่ยงครึ่งไปแล้วเลยโชคดีที่ไม่ต้องรอคิว อาจเพราะลูกค้าบางส่วนทานเสร็จแล้ว?




ร้าน King Kong มี 2 สาขา โดยอีกสาขาจะอยู่ที่ Town in Town ส่วนตัวแล้วคิดว่าเวลาที่น่าจะดีที่สุดสำหรับมาร้านนี้น่าจะเป็นเวลาร้านเปิด เพราะตอนที่เราไปถึงแม้ว่าจะได้โต๊ะนั่งแล้ว แต่ต้องรอซักพักกว่าจะมีพนักงานมา take order และต้องนั่งรออีกอย่างน้อย 20 นาที กว่าจะมีอาหารเสริฟมาบนโต๊ะ คาดว่าเตรียมอาหารไม่ทันและของบางส่วนอาจจะหมด



จากที่ดูเมนู แทบไม่ต้องตัดสินใจอะไรนาน เพราะเมนูมีไม่เยอะก็เลยสั่งมาทุกเมนูเลย ยกเว้นปลาหมึก ส่วนน้ำดื่มก็มีให้เลือกหลากหลายดี ถ้าเทียบกับร้านปิ้ง ย่างแบบ Buffet ด้วยกันเอง ส่วนเมนูเนื้อสัตว์ก็ จะคล้ายกับเมนูที่ร้าน Giant แทบไม่แตกต่างกัน



สำหรับเมนูผักก็จะมีให้เลือก ทั้งผักสำหรับย่าง ผักยำ ผักสดและกิมจิ ที่แปลกออกไปน่าจะเป็น okra ที่ดูเหมือนจะไม่มีให้ที่ร้าน Giant แต่ถ้าเทียบขนาดของเห็ด Eryngii ระหว่าง 2 ร้านนี้แล้ว ร้าน Giant น่าจะหั่นออกมาได้หนากว่า และดูน่าทานกว่า



น้ำจิ้มที่ร้าน King Kong สีจะออกใสกว่าที่ร้าน Giant ซึ่งปกติแล้วถ้าเนื้อย่างที่เราทานเป็นเนื้อชั้นดี แบบ premium grade ก็แทบจะไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มอะไรมากมาย เพราะเนื้อมันอร่อยในตัวอยู่แล้ว แต่ตามธรรมเนียมก็จะต้องมีการปรุงรสน้ำจิ้มกันก่อน ซึ่งบนโต๊ะเค้าก็จะมีเครื่องปรุงให้พร้อม





ปรุงเสร็จแล้ว หน้าตาออกมาประมาณนี้ ดูคล้ายๆ กับน้ำจิ้ม seafood เลย ที่ญี่ปุ่นเค้าจะไม่มีพริกสดหั่นฝอยมาให้เหมือนกับที่เมืองไทย หลายๆ ร้านที่นั่นเค้าจะเตรียมเกลือ (premium grade)ใส่ถ้วยมาให้ สำหรับให้ทานกับเนื้อย่าง ลูกค้าจะได้สัมผัสถึงรสของเนื้อที่แสนอร่อยได้อย่างเต็มที่



ข้อเสียนิดนึงของร้านนี้ ที่บางคนอาจจะไม่สนใจมาก นั่นก็คือ คุณภาพของน้ำชาเขียว ต้องบอกว่ารสเหมือนกับน้ำเปล่าเลย ถ้าไม่บอกว่าเป็นชาเขียวก็คงคิดว่าเป็นน้ำเปล่า จริงๆ แล้วร้านนี้น่าจะใช้เป็นพวกชาจีนไปเลยน่าจะดีกว่า ถ้าอยากจะ save cost ในส่วนนี้



หลังจากที่นั่งรอซักพัก ก็จะมีพนักงานมาเตรียมเตาย่างให้ แต่หลังจากนี้ไปก็ต้องนั่งรออีกอย่างน้อย 20 นาที ตรงจุดนี้น่าจะสู้ร้าน giant ไม่ได้ เพราะร้านปิ้ง ย่างแบบ buffet ไม่ควรจะใช้เวลาเตรียมนานเพราะลูกค้าถูกจำกัดเวลาในการกิน



ถ้ามาทานที่นี่แนะนำให้สั่งไปให้พอเลยในรอบแรก เพราะถ้ามีการสั่งรอบสองอาจจะต้องนั่งรออีกพอสมควรกว่าอาหารจะลง







เนื้อหั่นออกมาดูน่าทาน ซึ่งคงไม่ต่างกันมากระหว่างร้าน king kong และ giant








ปลา salmon ดูสด เช่นเดียวกับกุ้ง แต่หลังจากที่ย่างออกมาแล้ว เนื้อกุ้งไม่สดเท่าที่ควร อันนี้คงเป็นเรื่องที่น่าจะคาดเดาได้ ไม่อย่างงั้นร้านคงไม่มีกำไรเหลือ ส่วนเนื้อปลาที่ย่างออกมารสใช้ได้ แต่อาจจะติดตะแกรงเล็กน้อย





เนื้อที่ย่างออกมา หมดเร็วมากเพราะเนื้อหั่นมาชิ้นบาง (karubi) ถึงบางมาก (sirloin tip) สำหรับคนที่ชอบทานเนื้อ คงต้องสั่งมาหลายๆ จาน ส่วนเนื้อไก่หรือเนื้อหมู ไม่ได้ประทับใจอะไรมากเพราะมันสุกยาก ถ้าจะให้อร่อยต้องเป็นเนื้อหมูส่วนที่เป็นคอหมูหั่นเป็นชิ้นยาวๆ แบบร้าน yakiniku tan น่าจะอร่อยกว่านี้







ผักที่เป็นจุดเด่น น่าจะเป็น grilled okra (กระเจี๊ยบ) ปกติเคยทานแต่แบบชุปแป้งทอด หรืออยู่ในแกงแบบอินเดีย ย่างแบบนี้ก็อร่อยไปอีกแบบ




ส่วนผักยำแบบ korean style รวมทั้ง kimchi ก็รสใช้ได้ แต่ไม่ได้พิเศษมากกว่าร้านอื่นๆ จานนี้เหมาะสำหรับทานคู่กันกับเนื้อย่างระหว่างรอข้าวผัดกระเทียม เพราะข้าวมาทีหลังสุดหลังจากเกือบจะอิ่มแล้ว







ที่ต้องพูดถึงว่าอร่อยกว่าร้าน giant และร้านเนื้อย่างหลายๆ ร้าน ก็คงเป็นข้าวกระเทียมและซุป ข้าวกระเทียมผัดออกมาได้ดีมาก ไม่แฉะ เมล็ดข้าวยังดูเป็นเมล็ดๆ กลิ่นหอมและรสอร่อย




ส่วน soup ของร้านนี้พิเศษกว่าร้านอื่นตรงที่ไม่ใช่ miso soup แต่เป็น tonkotsu soup ซึ่งรสจะออก creamy ซึ่งถ้าเราไม่ทราบว่าทำมาจากอะไร ก็อาจจะคิดว่าที่ร้านเติม cream ลงไปใน soup หรือเปล่า? soup ถ้วยนี้อร่อยดีค่ะ




สำหรับของหวานประจำวันของวันนี้ เป็นถั่วแดงกวนใส่มาในน้ำแข็งใส ทำออกมาได้รสถูกใจค่ะ ถ้าถามว่าอยากจะกลับมาทานที่ร้านนี้อีกมั๊ย ก็คงคิดว่าจะกลับมาค่ะ แต่คงเลือกสั่งเฉพาะรายการที่ชอบจริงๆ เท่านั้น





========================================
Restaurant Name: King Kong Yakiniku Buffet
Location: Langsuan, Bangkok
Price: 450 THB/Person (Net)
========================================