Showing posts with label Pathumtani. Show all posts
Showing posts with label Pathumtani. Show all posts

อีกครั้ง...กับร้านเจ๊ดำ โภชนา คลอง 10 ความอร่อยที่ไม่เคยเปลี่ยน




วันนี้เป็นอีกครั้งที่เราตั้งใจไปทานกันที่ร้านเจ๊ดำ ซึ่งร้านนี้อาจจะอยู่นอกเมืองไปซักหน่อยสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้แวะเวียนไปแถวๆ นั้นนะคะ เราไปทานกัน 4 คนแต่ก็สั่งอาหารมาเยอะเหมือนเช่นเคย จนพนักงานเสริฟเค้าแนะนำว่าน่าจะสั่งเยอะไปแล้ว ก็ดีเหมือนกันนะคะที่เค้าไม่เน้นที่จะพยายามขายลูกค้ามากเกินไป

จานแรก ผักบุ้งผัดไฟแดง ผัดออกมาได้แบบผักยังดูสดอยู น่าทานมากและรสก็อร่อยเช่นกันค่ะ ที่ร้านนี้เค้าจะใช้เลือกใช้กระเทียมเม็ดใหญ่มาใช้กับผัดผัก ซึ่งจะเข้ากันได้ดีกว่ากระเทียมแบบกลีบเล็ก



จานที่สอง ก้านคะน้าผัดก้ามกุ้ง ที่ร้านนี้เค้าจะเลือกต้นคะน้าที่ก้านอวบๆ มาผัดทำให้เวลาเคี้ยว จะรู้สึกถึงความกรอบของผัก เข้ากันได้ดีกับก้ามกุ้งเนื้อแน่น รู้สึกเหมือนเค้าจะใส่มันกุ้งลงมาด้วย ทำให้น้ำผัดผักรสออกเข้มข้นมากกว่าปกติ อร่อยดีค่ะ



จานที่สาม กุ้งแม่น้ำทอดกระเทียมพริกไทย ใช้กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ 2 ตัว จานนี้ทำออกมาได้อร่อยมากๆ กุ้งแม่น้ำนำไปทอดก่อนที่จะนำมาราดกับกระเทียม ซึ่งจะทำให้กุ้งตรงส่วนหัว มันของกุ้งไม่เยิ้มออกมาก่อนที่จะเสริฟมาในจาน แกะมาให้เรียบร้อย พร้อมรับประทาน เนื้อกุ้งมีความสดมาก เหนียวหนึบไม่เละ ก้ามกุ้งที่ผัดมาด้วยกันก็อวบอ้วน รสชาติกำลังดี โรยกระเทียมหอมๆ มาด้านบน ทานกับข้าวสวยร้อนๆ สุดยอดค่ะ โดยส่วนตัวคิดว่ากุ้งแม่น้ำน่าจะเหมาะกับการนำมาทอดกระเทียมพริกไทยมากกว่ากุ้งแชบ๊วย







จานที่สี่ กุ้งแม่น้ำเผา ซึ่งที่ร้านนี้ขายกิโลละ 900 THB เราขอให้เค้าเลือกตัวที่ใหญ่ที่สุดให้ ซึ่งจะได้แบบ 2 ตัว/1 กิโล เผาออกมาได้น่าทานมากๆ มันกุ้งตรงส่วนหัวเยอะทุกตัว เนื้อสุกกำลังดี เนื้อกุ้งที่ร้านนี้อร่อยจริงๆ มันกุ้งคลุกกับข้าวสวย ใส่น้ำจิ้ม seafood เล็กน้อย แทบไม่ต้องบรรยายอะไรมากสำหรับคนที่ชอบทานมันกุ้ง แต่อาจจะต้องลืมเรื่องปริมาณ choresterol ที่จะได้จากจานนี้ไปก่อนนะคะ







รูปนี้จะสังเกตเห็นมันกุ้ง ที่มันไหลลงไปที่เนื้อกุ้ง สีสวย น่าทานดีค่ะ เราชอบกุ้งเผาของร้านนี้มากกว่ากุ้งเผาที่ร้านรวยแถวๆ บางไทร เพราะครั้งที่ไปมาล่าสุดกุ้งที่ทานตัวไม่ค่อยใหญ่เท่าไร และมันกุ้งไม่เยอะเท่ากับร้านนี้







จานถัดมา ลูกชิ้นปลากรายผัดแกงเขียวหวาน เป็นอาหารอีกหนึ่งอย่างที่ร้านนี้ทำออกมาได้อร่อย เนื้อลูกชิ้นปลากรายเหนียวหนึบ เครื่องแกงก็หอม รสเข้มข้น ไม่เผ็ดจนเกินไป จานนี้จะผัดมากับยอดมะพร้าวอ่อน ซึ่งเข้ากันได้ดีกับลูกชิ้นปลากราย แนะนำว่าจานนี้ต้องสั่งให้ได้นะคะเวลามาทานที่นี่ค่ะ







เราตั้งใจสั่ง ไข่เจียวปู มาทานคู่กับจานด้านบน ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเพราะไข่เจียวของร้านนี้ เค้าทอดมาแบบฟูนุ่ม ข้างนอกกรอบนิดๆ แต่ข้างในยังนุ่มอยู่ เหมาะมากที่จะทานกับแกงเขียวหวาน







จานสุดท้าย ปลาบู่นึ่งซีอิ้ว ร้านเจ๊ดำ เค้าจะทำจานนี้มาแบบหม้อไฟ ซึ่งจะเป็นคนละแบบกับปลาบู่นึ่งซีอิ้วแบบจีน ปลาบู่จะเลือกตัวขนาดไม่ใหญ่มาทำ เนื้อปลาสด นุ่ม อร่อยคนละแบบกับแบบจีน แล้วแต่คนชอบค่ะ ผักที่ใช้เลือกเป็นกะหล่ำปลีแทนต้นหอมหั่นเป็นเส้นๆ น่าจะเรียกว่าปลาบู่หม้อไฟมากกว่านึ่งซีอิ๊ว







ตัวที่เราทาน มีไข่ด้วย พึ่งเคยเห็นครั้งแรกก็เลยถ่ายรูปมาให้ดูกัน สีมันจะออกสีส้ม ไม่เหมือนกับไข่ปลาช่อนที่สีจะออกสีขาว







ปิดท้าย review นี้กันด้วยรูปน้อง Jasper ละกันนะคะ...



















==============================================
Restaurant Name: Jae Dam (เจ๊ดำโภชนา)
Location: Klong 10, Pathumtani
Price: 600 THB/Person
==============================================

Special review: เจ๊ดำ คลอง 10 ปะทะ แดง อาหารทะเลที่แม่กลอง




ร้านแดงและร้านเจ๊ดำ เป็นร้านที่มีชื่อเสียงสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการกิน โดยแต่ละร้านก็จะมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนกัน สำหรับคนที่ชอบทานอาหารทะเลสดๆ ที่คัดวัตถุดิบกันมาแบบพิเศษ (size XL) ขอแนะนำว่าต้องไปทานกันที่ร้านแดง ที่จังหวัดสมุทรสงคราม โดยร้านแดงจะมี 2 สาขา คือร้านเก่ากับร้านใหม่ ร้านที่เราไปเป็นร้านเก่า สามารถศึกษาแผนที่ได้จาก web site ของร้านด้านล่างเลยค่ะ ส่วนร้านเจ๊ดำเป็นร้านที่เน้นขายอาหารจำพวกกุ้งหรือปลาน้ำจืดสดๆ เช่น กุ้งเผา, เนื้อปลากรายขูดซึ่งสามารถนำไปทำอาหารได้หลายอย่าง, ปลาบู่นึ่ง เป็นต้น ร้านเจ๊ดำจะอยู่ทางที่จะไปจังหวัดนครนายก ถ้ามาจากกรุงเทพจะอยู่ประมาณคลอง 10 ทางซ้ายมือใกล้ๆ กับธนาคารไทยพาณิชย์

คราวนี้มาดูเมนูอาหารของร้านแดงกันก่อน วันนี้เรามาทานกันแค่ 4 คนก็เลยสั่งอาหารได้ไม่กี่อย่างเพราะอย่างที่รู้ๆ กันว่าอาหารที่ร้านนี้จานใหญ่มากๆ ปกติถ้ามาทานที่ร้านนี้เราจะต้องสั่งปลาเต๋าเต้ยเป็นเมนูที่พลาดไม่ได้ แต่วันนี้อยากลองทานปลากระพงทอดน้ำปลาเพราะเป็นอีกเมนูแนะนำของทางร้านที่ไม่เคยได้ลอง สั่งไปแค่ 2 ชิ้นเพราะพนักงานเสริฟ บอกว่าชิ้นไม่ใหญ่มาก ปรากฎว่า โอ้โห ทำไมชิ้นปลามันใหญ่ได้ขนาดนี้ กะขนาดดูแล้วด้านกว้างของชิ้นปลาน่าจะมีความยาวได้ถึง 10 นิ้ว ลองคิดดูว่าปลาทั้งตัวคงจะต้องใหญ่มากๆ แน่เลย



เนื้อปลาสดมาก ที่นี่บอกได้เลยว่าใช้น้ำปลาคุณภาพดี เนื้อจะกรอบนอกนุ่มใน รสออกหวานนิดๆ เข้ากันได้ดีกับน้ำจิ้ม seafood ร้านนี้ทอดปลาได้เก่งจริงๆ จานต่อมาเป็นต้มยำปลาทูสด ดูธรรมดามาก แต่รสชาติไม่ได้ธรรมดาอย่างที่เห็น ช่วงปลายปีจะเป็นช่วงที่ปลาทูเนื้ออร่อยที่สุด เพราะเนื้อจะมันกว่าหน้าอื่นๆ สำหรับเมนูปลาทูอีกเมนูที่ลูกค้านิยมสั่ง น่าจะเป็นปลาทูซาเตี๊ยะ ซึ่งรสจะออกหวานนำ



และจานที่ตามมาติดๆ ก็คือ กุ้งทอดกระเทียมพริกไทย ซึ่งเป็นจานโปรดสุดๆ ของคุณแม่ วันนี้ขนาดของกุ้ง จะใหญ่กว่าครั้งที่เรามาครั้งที่แล้ว เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบทานกระเทียมเพราะใส่กันมาแบบไม่ยั้ง เนื้อกุ้งเด้งดึ๋ง เคี้ยวหนึบหนับ บอกได้ถึงความสดของวัตถุดิบ



จานถัดมาเป็น ผัดผักหวานซึ่งต้องขอชมว่าผัดได้อร่อยจริงๆ ผักหวานที่ใช้เป็นส่วนตรงยอดอ่อนๆ ทำให้ไม่แข็งกระด้าง แต่อาจจะทานยากนิดนึงเพราะมากันแบบเป็นท่อนใหญ่ไปนิดนึง คิดว่าน่าจะเป็นเพราะพ่อครัว/แม่ครัว ไม่น่าจะมีเวลามาพิถีพิถันกับการตกแต่งวัตถุดิบมาก เน้นกันที่คุณภาพและความสดกันเป็นหลัก





วันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เราอดทานปูทะเลไข่ เพราะไม่ใช่หน้าของมันอีกแล้ว ครั้งที่แล้วก็พลาดไป ไว้ต้องโทรมาเช็คก่อนมาจะได้ไม่เสียเที่ยว ครั้งนี้เราเปลี่ยนจากปูนึ่งเป็นปูผัดผงกะหรี่ ปูเนื้อสด หวานเหมือนเช่นเคย แต่น้ำที่ผัดมารสออกหวานไปนิดนึง ยังไม่ถูกใจเท่าไรกับจานนี้ ถ้าเปรียบเทียบระหว่างปูนึ่งจิ้มน้ำจิ้มกับปูผัดผงกะหรี่ แบบแรกน่าจะได้ enjoy กับรสชาติของเนื้อปูเต็มๆแบบที่ไม่ต้องมีรสอื่นมาทำให้เสียรสของเนื้อปูไป สำหรับร้านที่ทำปูผัดผงกะหรี่อร่อยแบบที่ชอบ ก็จะมีร้านสมบูรณ์โภชนา ซึ่งมีชื่อเสียงอยู่แล้วสำหรับอาหารจานนี้




ก้ามปูขนาดยักษ์... เทียบกับขนาดของจานข้าว



สำหรับจานสุดท้ายของมื้อนี้ คือหอยลายผัดน้ำพริกเผา ซึ่งทำรสชาติออกมาได้ถูกใจเรามาก แต่น่าเสียดายที่วันนี้ขนาดของหอยลายเล็กไปนิดนึง สงสัยจะไม่ใช่หน้าของมัน แต่ก็ทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่าเราจะได้ทานอาหารทะเล size ขนาดนี้ไปได้กันอีกนานแค่ไหน




คราวนี้มาต่อกันที่เมนูของร้านเจ๊ดำกันบ้าง วันที่เราไปทานร้านเจ๊ดำ เป็นวันธรรมดา คนเลยไม่ค่อยแน่นมากเหมือนกับวันเสาร์ อาทิตย์ หรือช่วงเทศกาล เราสั่งกันไปหลายเมนูมากเพราะไปกันหลายคน จานแรกเป็นปลากระพงทอดน้ำปลา ซึ่งจะเป็นคนละแบบกับร้านเจ๊แดง ปลาทอดของที่นี่จะหั่นมาเป็นชิ้นครึ่งตัว ทอดมาแบบแห้งๆ ทอดได้ดีมากๆ เช่นกัน กรอบนอกนุ่มใน ทานกับน้ำจิ้มพริกตำ





เมนูถัดมาเป็นผัดผักบุ้งไฟแดง ซึ่งผัดมาได้อร่อยมากๆ จนต้องสั่งซ้ำอีกจาน สงสัยว่าร้านเจ้าดัง ต้องวัดกันที่ฝีมือผัดผักหรือเปล่า? เพราะเป็นอาหารธรรมดาๆ แต่ทำออกมาได้รสชาติดี



จานต่อมาเป็น ปลาคังลวก ซึ่งลวกเนื้อปลาได้กำลังดี ไม่สุกเกินไป ปลาคังเป็นปลาที่มีมันเยอะเหมาะกับคนที่ชอบตรงส่วนหนังของปลา เพราะรสน่าจะออกหนึบๆ บังเอิญว่าเราเป็นคนที่ไม่ชอบทานหนังปลาที่ไม่ได้เอาไปทอด เลยไม่กินส่วนนี้ เราเลือกทานแต่ส่วนเนื้อ ก็อร่อยดีค่ะ ทานคู่กับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว



ต่อมาเป็นกุ้งแช่น้ำปลา ซึ่งจริงๆ น่าจะเป็นอาหารทะเล แต่ที่ร้านนี้ก็มีขายเช่นกัน เนื้อกุ้งสด ไม่คาว ทานคู่กับกระเทียมสด มะระดิบ (สำหรับคนที่ชอบ) และน้ำจิ้ม seafood รสออกเผ็ดถึงเผ็ดมาก




ร้านนี้มีชื่อเสียงเรื่องปลากรายขูด เราก็เลยลองสั่งมาทั้ง ลูกชิ้นปลากรายผัดเขียวหวานแห้ง ลูกชิ้นปลากรายผัดฉ่า และทอดมันปลากราย ซึ่งอร่อยทั้ง 3 จานเลย ลูกชิ้นปลากรายของร้านนี้เหนียวหนึบมากๆ เครื่องแกงทั้งสองแบบ ก็ตำกันมาแบบสดๆ ทานแล้วรู้ว่าไม่ได้ใช้แบบสำเร็จรูป รสชาติเครื่องแกงเขียวหวาน รสกำลังดี ถึงเครื่อง ส่วนผัดฉ่า รสออกเผ็ดร้อน เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบทานอาหารรสจัด







ถัดมาเป็นผัดฟักแม้วไฟแดง ซึ่งจะสู้ผัดผักบุ้งไม่ได้ เนื่องจากผักส่วนที่ใช้ค่อนข้างแก่ไป เลยทำให้เหนียวไปนิด



จานนี้ทำได้ไม่ถูกใจ เราก็เลยสั่งก้านคะน้าผัดก้ามกุ้งมาแทน ปรากฎว่าทำออกมาได้รสอร่อย ไม่ผิดหวัง ก้านคะน้าอวบๆ กรอบๆ ผัดมากับก้ามกุ้งอวบอ้วนและเห็ดหอม



จานต่อมาเป็นจานที่มีชื่อของร้านนี้ คือเชิงปลากรายทอด เชิงปลากรายของร้านนี้มีเนื้อมากกว่าที่อื่น เพราะมีขนาดใหญ่ ทอดออกมาได้กำลังดี แต่อาจจะทานยากซักนิดนึง เพราะน่าจะต้องใช้มือแทะ ถ้าใช้ช้อน ส้อม ต้องระวังนิดนึงว่าเนื้อปลา อาจจะกระเด็นไปถูกผู้คนรอบข้างได้นะคะ บังเอิญว่าน้องที่ไปทานด้วยกันทานเพลินไปนิด ทำให้ก้างปลาติดคอ เกือบแย่เลย สำหรับคนที่ก้างปลาติดคอ วิธีง่ายๆ คือให้รีบกลืนข้าวสวยที่ปั้นเป็นก้อนเล็กพอดีคำ ลงไปทั้งก้อน จะช่วยทำให้ก้างปลาที่ติดหลุดออกไปได้ค่ะ



คนอ่านคงคิดว่าทำไมถึงสั่งกันได้เยอะขนาดนี้ คราวนี้มาถึงจาน highlight ของมื้อนี้ นั่นก็คือกุ้งแม่น้ำเผา (กิโลละ 900 THB) มันกุ้งน่ากินมากๆ ย่างมาแบบสุกกำลังดี ขนาดของกุ้งที่นี่ เราสามารถแจ้งกับทางร้านได้ว่าต้องการ size ประมาณไหน ถ้าชอบใหญ่หน่อยก็เป็นแบบ 2 ตัวโล



หลังจากนั้นก็ยังตามมาอีก 3 จาน มีฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน กุ้งอบวุ้นเส้น และปลาบู่นึ่งซีอิ้ว ที่ไม่ได้ถ่ายรูปมา เพราะเราให้พนักงานตักแบ่งใส่ถ้วย ให้แต่ละคนเลยจะได้ทานกันง่ายหน่อย ซึ่งจริงๆ ก็อิ่มมากจนทานแทบไม่ลงแล้ว แต่ต้องขอบอกว่าเนื้อปลาบู่และน้ำซีอิ้ว อร่อยมากๆ จานนี้แนะนำให้สั่ง พลาดไม่ได้ทีเดียวค่ะ ส่วนฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อนไม่ได้ลองทาน แต่คนอื่นบอกว่าอร่อยค่ะ เครื่องแกงรสจัด ส่วนกุ้งอบวุ้นเส้น รสธรรมดา ไม่ได้เด่นกว่าที่อื่น กุ้งอบวุ้นเส้นเป็นอีกจานที่ทำให้อร่อยได้ยาก และอีกอย่างแต่ละร้านก็จะมีวิธีการทำที่ไม่เหมือนกัน สำหรับหนึ่งในร้านที่ทำกุ้งอบวุ้นเส้นได้อร่อยถูกใจเรา คือ ร้านไต้เซ้ง หรือหูฉลามหลังสวน







สรุปแล้ว อาหารที่ร้านเจ๊ดำรสจะออกจัดกว่าร้านแดง โดยร้านแดงรสชาติของอาหารจะออกหวานนำ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ทานเผ็ดมาก แต่ถ้าคนที่ชอบทานรสจัดแนะนำว่าต้องไม่พลาดมาลองชิมที่ร้านเจ๊ดำนะคะ





===============================================
Restaurant Name: แดงอาหารทะเล
Location: Samutsongkram, Thailand
Price: 500-700 THB/Person
Web Site:
http://daengseafood.9nha.com/contact.html
===============================================
Restaurant Name: เจ๊ดำโภชนา
Location: Pathumthani, Thailand
Price: 500 THB/Person
===============================================