Showing posts with label kyoto. Show all posts
Showing posts with label kyoto. Show all posts

Mozart Cheese Omelet from Backen Mozart & Famous Tamagoyaki from Nishiki Market





เราไปเจอร้านขายขนมร้านนี้โดยบังเอิญตอนที่พวกเราไปเดินเล่นในบริเวณของ JR Hiroshima Station เดินผ่านไปแถวๆ นั้น เราเห็นมีฝรั่งคนนึงหยุดซื้อขนมที่ร้านนี้ไปเป็นจำนวนมาก ทำให้เราเกิดความสงสัยว่าขนมร้านนี้ต้องอร่อยแน่ๆ เลย ก็เลยซื้อติดมาลอง 1 กล่อง






ขนมที่ร้าน Backen Mozart มีให้เลือกมากมาย แต่ที่ดูสะดุดตาเรามากที่สุดและดูเหมือนจะเป็นขนมที่มีชื่อของร้านนี้น่าจะเป็น Cheese Omelet นั่นเอง ชื่อฟังดูเหมือนไม่น่าจะเป็นของหวานเลย แต่หน้าตาดูน่ารับประทานมากๆ






ในกล่องนึงมีขนมอยู่ 8 ชิ้น (individual wrapped) ซึ่งถ้าเราทานไม่หมด แนะนำให้เก็บขนมไว้ในตู้เย็น โดยเค้าจะมีป้ายเขียนวันหมดอายุชัดเจนอยู่ข้างกล่อง ซึ่งปกติแล้วขนมพวกนี้จะอร่อยที่สุดในช่วงวันที่ซื้อมาแรกๆ ไม่ควรเก็บไว้นาน




ด้านบนจะทำออกเป็นใหม้ๆ เล็กน้อย สีออกคล้ายๆ กับ caramelized custard ซึ่งทำให้ขนมดูน่าตาน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น





หลังจากที่แกะห่อ plastic ออกมา จะได้กลิ่นหอมๆ ของ cheese อย่างชัดเจน





หลังจากบิขนมออกดู จะเข้าใจได้เลยว่าทำไม เค้าถึงตั้งชื่อขนมแบบนี้ เราเองยังอดคิดไม่ได้ว่าเหมาะมากเลย เพราะเนื้อของขนมดูคล้ายกับเนื้อ omelet มาก เนื้อจะออก fluffy และนุ่มนวล เขียนถึงขนมนี้แล้วทำให้รู้สึกนึกอยากทานขึ้นมาทันที เป็นขนมที่อร่อยมาก รส cheese ออกนุ่มๆ กัดคำแรกจะสัมผัสได้ถึงความหอมมันของเนื้อ cheese แต่ทำได้รสกำลังดี ไม่หวานจนเกินไป






=================================================
Restaurant Name: Backen Mozart
Location: JR Hiroshima Station
Recommended Dessert: Mozart Cheese Omelet costs 1,260 Yen/Box (8 pieces)
=================================================



ร้าน Miki Keiran เป็นร้านขาย tamagoyaki ร้านเก่าแก่ร้านนึงของ Kyoto ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณของ Nishiki Market





ตอนที่เดินผ่านหน้าร้าน เราจะสังเกตเห็นว่ามีลูกค้าหยุดแวะซื้อ tamagoyaki ของร้านนี้ตลอดเวลา ทำให้อดไม่ได้ที่จะต้องแวะดู ในตู้หน้าร้านจะเห็นมี tamagoyaki หลากหลายมากๆ มีทั้งแบบ original และแบบที่ใส่ส่วนผสมอื่นๆ ที่แตกต่างกันไป เช่น umaki ซึ่งจะมีส่วนผสมของ unagi อยู่ข้างในด้วย





เราเดินผ่านร้านนี้หลังจากที่เราอิ่มกันมาแล้วจากร้าน Gogyo Ramen ทำให้เราไม่ได้รู้สึกว่าอยากซื้ออะไรมาก เราก็เลยตัดสินใจ ซื้อ tamagoyaki แบบ original มา 1 ชิ้น (dashimaki tamago) ซึ่งทางร้านก็นำใส่ห่อมาให้อย่างเรียบร้อย







หลังจากที่แกะห่อออกมายังได้กลิ่นหอมจางๆ ของเนื้อไข่ผสมกับกลิ่นของ dashi stock และเนื้อไข่ยังดูชุ่มฉ่ำอยู่ แม้ว่าเราจะไม่ได้ทานกันในทันทีหลังจากที่ซื้อมา จำได้ว่าเวลาที่ทานห่างจากเวลาที่ซื้อมาอย่างน้อย 6 ชั่วโมง




ต้องบอกว่าขนาดว่าไม่ได้ลองทานกันใหม่ๆ รสของไข่ยังอร่อยขนาดนี้ แล้วถ้ายิ่งได้ทานทันทีตอนที่ซื้อมาจะอร่อยขนาดไหน tamago ของร้านนี้ฟู นุ่ม ได้รสชาดของ dashi stock อย่างชัดเจน รสเข้มข้น ไม่หวานเหมือนร้านอื่น อร่อยที่สุดตั้งแต่เคยทาน tamago มาเลย สำหรับคนที่ไม่ชอบทาน tamago อย่างเรา ยังว่าอร่อยมากๆ เลย นึกแล้วก็อยากกลับไปซื้อรสอื่นๆ มาลองทานดู ถ้าใครมีโอกาสไปเดินเล่นที่ Nishiki Market ต้องไม่พลาดลองร้านนี้ดูนะคะ แล้วจะไม่ผิดหวัง






===========================================
Restaurant Name: Miki Keiran
Location: Nishiki Market
Recommended Menu: Dashimaki Tamago
===========================================



เราติดใจขนมอยู่ชนิดนึงที่ Kyoto จริงๆ แล้วมันก็เหมือนกับ Colon ชาเขียวที่วางขายอยู่ทั่วไป จะแตกต่างกันตรงที่ รสของไส้ชาเขียวของยี่ห้อนี้จะออกหอมมันกว่าและไม่หวานเท่ากับ Colon ที่โรงแรมที่เราพักที่ Kyoto เค้ามีวางไว้ให้ในห้องสำหรับแขกที่พักที่นี้ แต่ถ้าทานหมดแล้วไม่มีการเติมให้นะคะ





เรารู้สึกว่าเป็นขนมที่เข้ากันได้ดีกับชาเขียวร้อนๆ นึกถึงแล้วก็อยากทานอีกจัง จริงๆ แล้วขนมหน้าตาคล้ายๆ กันนี้มีขายที่ร้าน Uji-en ที่ Osaka ด้วยค่ะ ถ้าใครไปแถวนั้นก็สามารถแวะซื้อได้นะคะ





=============================================

Eating Spaghetti at Goemon, Kyoto

Goemon เป็นร้าน franchised italian restaurant ที่น่าจะมีสาขาอยู่หลายแห่ง และร้านนี้เค้ามี spaghetti sauce ของร้านวางจำหน่ายให้ลูกค้าสามารถซื้อกลับไปทำเองได้ด้วย

ร้านสาขาที่เราไปอยู่บริเวณ Zest Oike ซึ่งเป็น shopping street ที่อยู่ใต้ดินของ subway ซึ่งสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ Kyoto Shiyakusho-mae Station (Subway Tozai Line) จริงๆ แล้วเราตั้งใจจะทานมื้อกลางวันกันที่ร้าน Azumi แต่น่าเสียดายที่เลยเวลาเสริฟมื้อกลางวันแล้ว เราพึ่งรู้ว่าร้าน Azumi มีช่วง break ระหว่าง lunch กับ dinner ด้วย

หน้าร้าน Goemon เค้าจะมีเมนูตัวอย่างให้ดูเพื่อเรียกลูกค้า ทำได้ดูน่าทานมากๆ นั่นคงเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เราเดินเข้าไปทานร้านนี้ ช่วงกลางวันก็จะมีเป็น lunch set ให้เลือกสั่งด้วย ซึ่งจะเสริฟมาพร้อม soup, salad, drink, and dessert (ice cream)

ร้านนี้จะมีส่วนที่เป็น counter bar ให้นั่งด้วยคล้ายๆ กับร้าน sushi ซึ่งจะเหมาะสำหรับลูกค้าที่มานั่งทานคนเดียว สามารถมองเห็นบริเวณที่ chef ปรุงอาหารได้ด้วย

ที่ร้านนี้มี English Menu ด้วยทำให้ค่อนข้างสะดวกเวลาที่สั่งอาหาร เมนูก็มีให้เลือกหลากหลายมาก ซึ่งแน่นอนว่าร้านนี้เค้าเน้น spaghetti โดยเค้าก็จะแบ่งรายการ spaghetti ตามประเภทของ sauce เช่น meat sauce, totato sauce,cream sauce, etc. ราคา spaghetti ต่อจานจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-1,100 Yen

อีกอย่างร้านนี้เค้าก็จะมีเมนูแนะนำของทางร้านด้วยประมาณ 2-3 รายการ โดยจะมีรูปถ่ายให้ดูด้วยว่าหน้าตาเป็นอย่างไร หลังจากที่เราเห็นเมนูแนะนำซึ่งดูหน้าตาน่ารับประทานมากๆ เราก็เลยลองสั่งมาดู 1 จาน นอกนั้นก็สั่งจากเมนูในเล่ม

จานนี้รู้สึกว่าจะเป็น spaghetti แบบญี่ปุ่น รสค่อนข้างแปลกไปจากที่เคยทานเพราะมีงาโรยและต้นหอมหั่นซอยมาด้านบนด้วย ดู healthy มากๆ เลย จานนี้เหมือนจะไม่ใส่เนื้อสัตว์ ส่วนตัวคิดว่าจานนี้ทำออกมาเป็นแบบ asian style มากกว่าที่จะเป็นอาหาร italian

ส่วนจานถัดมาเราเลือกสั่งเมนูแนะนำ ซึ่งเป็น tomato sauce spaghetti ซึ่งดูเหมือนจะใส่ eggplant, mushroom (champiyon), and mozzarella cheese เป็นส่วนผสมหลัก เราติดใจจานนี้มาก เพราะทำ sauce ออกมาได้รสกลมกล่อม อร่อยจริงๆ เส้น spaghetti ของร้านนี้ลวกออกมาได้แบบ al dente ไม่เละเลย โดยส่วนตัวชอบทาน angel hair มากกว่าเส้น spaghetti ปกติ แต่พอทานของร้านนี้แล้วทำให้รู้สึกชอบเส้นแบบนี้ขึ้นมาเลย

อีกจานที่สั่งเป็น cream sauce spaghetti ซึ่งดูเหมือนจะใส่ mushroom และ chicken เป็นส่วนผสมหลัก cream sauce รสนุ่ม หอมอร่อย ใส่ cheese กันมาแบบเต็มที่ ถูกใจมากๆ เลย sauce ก็ไม่เยอะจนเกินไปเข้ากันได้ดีกับเส้นที่ลวกมาแบบ al dente เลย นึกถึงแล้วก็อยากกลับไปกินอีกจัง




********************************************
Restaurant Name: Goemon
Location: Kyoto, Japan
Price: 1,100 Yen/Person
********************************************

Famous tonkatsu @ Katsukura (Kyoto)


ร้านนี้ก็เป็นอีกร้านนึงที่มีชื่อเสียงสำหรับเมนู Tonkatsu สำหรับสาขาที่เราไปทานอยู่ที่ JR Kyoto Station ตอนที่เราไปถึงร้านยังไม่เย็นมาก เลยไม่ต้องมาเข้าคิวนั่งรอโต๊ะ ถ้ามาหลังจากนี้ไปนิดเดียวก็คงต้องรอเหมือนกับคนอื่นๆ




คนเยอะแบบนี้ก็น่าจะ guarantee ได้ว่าร้านนี้น่าจะอร่อยจริงๆ



เมนูก็มีให้เลือกทั้งแบบที่เป็น Tonkatsu อย่างเดียวหรือจะเป็นแบบ combination ในส่วนของ Tonkatsu เองก็สามารถเลือกได้ว่าจะเอาเป็นแบบธรรมดาหรือแบบพิเศษ สงสัยแล้วใช่มั๊ยคะว่าต่างกันอย่างไร?

Regular Katsu Zen = Imported Pork
Specialty Selected Katsu Zen = Local Pork (Yonezawa Sangen)

Well, the price for specialty selected katsu zen is ~25% higher than the regular dish.



มากินทั้งทีจะลองแบบธรรมดาได้งัย เราก็เลยสั่ง Yonezawa Sangen Fillet Cutlet 120 gram มาลอง นอกนั้นก็สั่งแบบ combination เพราะตัดสินใจไม่ถูก ประเภทอยากกินทั้งคู่ เลยออกมาเป็น Crab meat cream croquette & Fillet cutlet ส่วนอีกจากสำหรับพี่นกที่น่าจะเบื่อ Tonkatsu แล้วเลยเปลี่ยนมาเป็น 5 fried prawns อาหารที่เราสั่งทุกจานจะเสริฟมาพร้อมกับ barley rice, miso soup และ pickled vegetables



มีโถเล็กๆ วางอยู่เต๊มไปหมดบนโต๊ะเลย ลองเปิดแต่ละอันดูก็จะพบว่ามี sauce อยู่ 2 แบบ รู้สึกว่าอันนึงจะสำหรับเป็น salad dressing และอีกอันเป็น tonkatsu sauce




ส่วนโถสีขาวที่มีที่คีบก็จะเป็นผักดองสำหรับเอาไว้ทานคู่กับพวกของทอดทั้งหลายแก้เลี่ยน โดยส่วนตัวแล้วชอบทาน tonkatsu กับกะหล่ำปลีหั่นฝอยมากกว่า รู้สึกว่ามันเข้ากันได้ดีอยู่แล้ว




เริ่มแรกเราก็จะต้องบดงาคั่วกันก่อนเพื่อให้กลิ่นหอมๆ ของงาออกมา



หลังจากนั้นก็เติม sauce ลงไป เติมมากเติมน้อยแล้วแต่ความชอบ



จะไม่พูดถึง miso soup ที่นี่ก็คงจะไม่ได้ เพราะรสชาดของ miso soup เข้มข้นมากๆ ที่ถูกใจก็คือสามารถเติมได้เรื่อยๆ เช่นเดียวกับข้าวและกะหล่ำปลีหั่นฝอย



5 big ebi fried served with tartar sauce, a piece of lime, and thinly sliced cabbage (1,480 Yen). กุ้งรสหวาน สด เกล็ดขนมปังฟูกรอบ ไม่อมน้ำมัน อีกอย่างที่นี่เค้าโฆษณาว่าน้ำมันที่ใช้เป็น trans fat-free oil ทำให้เหมาะสำหรับคนที่ห่วงใยเรื่องสุขภาพ




Crab meat cream croquette & Fillet cutlet served with tartar sauce, a piece of lime, and thinly sliced cabbage (1,680 Yen). Cream croquette รสนุ่ม อร่อย ส่วนเนื้อหมูก็ไม่ต่างกันมากกับเนื้อหมูแบบพิเศษ






A dish of "Yonezawa Sangen" fillet cutlet for 120 gram served with thinly sliced cabbage (1,680 Yen). เนื้อหมูแบบพิเศษ ก็อร่อยสมราคาแต่ชิ้นเล็กไปนิด รู้งี้สั่งแบบ 160 gram ดีกว่า แต่ตอนแรกกลัวว่าจะใหญ่ไปเห็นบอกว่าเป็น Thick Cut ด้วย จริงๆ แล้วถ้าไม่เรื่องมากไม่จำเป็นต้องสั่ง Yonezawa Sangen ก็ได้ แบบธรรมดาก็อร่อยแล้ว ไม่บอกก็อาจจะไม่รู้หรอก





จุดเด่นของ Tonkatsu ร้านนี้ก็น่าจะอยู่ที่ bread crumbs และ sauce ที่อร่อย เทคนิคการทอดที่ทำให้อาหารที่ออกมากรอบแบบไม่อมน้ำมันเลย และเนื้อหมูยังมีความชุ่มฉ่ำอยู่


***************************************************
Restaurant Name: Katsukura
Location: JR Kyoto Station, Japan
Price: 1,500-1,700 Yen/Person
***************************************************

Gogyo Ramen at Kyoto


We went to Gogyo for our lunch after taking a walk at Nishiki Market in Kyoto. This branch is located on Yanaginobanba-dori.




The decoration of this shop is in contemporary style. If you come for lunch, make sure you arrive before 15:30 p.m.




Gogyo offers lunch set during lunch. First, you pick the type of the soup and then the side dish. Or you can order a bowl of ramen separately. There is no english menu here. We are lucky that there is a waiter who can speak very good english at this ramen shop.





Finally, we decided to order shoyu ramen and kogashi miso ramen. The set comes with a potato salad. We opt for chashu rice for a side dish.

















The shoyu ramen is tasty already but it may be lighter than kogashi miso ramen. If you don't like tonkotsu ramen, I would recommend this one. The texture of the noodle at Gogyo is firm and nice.




Kogashi miso ramen is really tasty. The dark colour of the soup may not look appealing but once you taste it, you don't want to put down your chopsticks.





The size of 1 portion is very big so it's probably better to share. However, you need to order one more side dish from the menu if you plan to do so. The shachu rice tastes good but we are not really impress much with the gyoza here. I wish that they fry the gyoza until the skin is crispy.







The bill for the whole meal is less than 2,500 yen. The price for dinner time is slightly higher than lunch time.


====================================
Restaurant Name: Gogyo
Location: Kyoto, Japan
Price: 800 Yen/Person (Lunch)
====================================

Shabu Shabu at Hiro Gion, Kyoto

วันนี้จะพาไปกิน shabu shabu เจ้าอร่อยแถว Gion ที่ Kyoto กันนะคะ ร้านนี้อยู่บนถนนชื่อ Shinbashi Dori ร้านอาจจะหายากซักนิดนึง โชคดีที่มีเจ้าของร้านถ่ายรูปคนนึงช่วยพาเราเดินไปส่งที่ร้านเลย ต้องโค้งคำนับขอบคุณกันหลายรอบสำหรับความมีน้ำใจกับนักท่องเที่ยว ก่อนที่จะจากกัน




ทางเดินเข้าไปในร้าน ตกแต่งได้สวยงามตามแบบร้านญี่ปุ่นในเมืองเก่า ร้านนี้มีห้องเก็บ wine อยู่ใต้ดินด้วย







เราเดินลงบันไดต่อไปอีกประมาณ 2 ชั้น ถึงจะถึงโต๊ะที่นั่งสำหรับคืนนี้ เป็นห้องส่วนตัวสามารถจุคนได้ 8-10 คนแบบสบายๆ





นั่งซักครู่พนักงานเสริฟก็นำเมนูมาให้ ซึ่งก็อย่างที่คิดเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด อ่านไม่ออกแน่ๆ เราก็เลยถามหาพนักงานที่พอพูดภาษาอังกฤษได้ โชคดีที่พนักงานต้อนรับสามารถพูดได้ก็เลยเข้ามาอธิบายเมนูให้เราฟัง แต่พนักงานเสริฟของเราวันนี้ ก็พอสื่อสารกันแบบต้องใช้ภาษามือ+ญี่ปุ่นแบบงูๆ ปลาๆ มั่วๆ พอได้




วันนี้เราเลือกทานเป็น beef shabu shabu ซึ่งน่าจะเป็นจุดเด่นของร้านนี้ เดี๋ยวเรามาเริ่มต้นกันด้วย Appetizers ก่อนค่ะ จานแรกเป็นกุ้งต้มมาพร้อมกับเห็ดหมักกับ miso แล้วก็มี cold meat อีก 2 แบบ รสชาติไม่ได้พิเศษมากเท่าไร




จานถัดมาเป็น grated yamaimo (ยามะอิโมะ) ซึ่งเป็นพืชตระกูลเดียวกับมัน ฝนมาละเอียดทานพร้อมกับพวก sweet potatoes และผักต้มอื่นๆ รสออกจืดนิดนึงค่ะ




จานต่อมาเป็นจานที่เราไม่เคยลองทานมาก่อน เป็น beef sashimi เป็นเนื้อดิบๆ แล่มาบางๆ ทานคู่กับ horseradish sauce ตอนแรกที่เห็นก็ไม่กล้าทานเท่าไร ซึ่งลักษณะจะเป็นคนละแบบกับ beef carpaccio แต่เนื่องจากเนื้อที่เสริฟในร้านนี้ ใช้เนื้อเกรดดีมากๆ ทำให้เรากล้าที่จะลองดู อร่อยดีค่ะ แต่ prefer เป็นอาหารทะเลดิบมากกว่า






ถัดมาก็จะเป็น main course ของมื้อนี้กันค่ะ beef shabu shabu โดย sauce จะมี ponzu กับ sesame sauces




ที่ร้านนี้เค้าจะวางกาน้ำซุปไว้ให้เลยเผื่อต้องการเติมน้ำซุปเพิ่ม พร้อมมีอุปกรณ์ลวกเนื้อให้ครบทั้งตะเกียบแบบ super size และตะแกรงสำหรับตักผักและเนื้อ




จากนั้นก็จะเป็นเนื้อสำหรับ shabu shabu ซึ่งจากที่สังเกตุดูลายเนื้อ ดูดีมากๆ เลย จะเห็นเป็นลาย marble ชัดเจน สมกับราคาซึ่งจะสูงกว่าเนื้อเกรดที่รองลงมา นอกจากเนื้อก็จะมีจานผักที่จัดเรียงมาอย่างสวยงาม










คราวนี้มาถึงขั้นตอนการรับประทานกันค่ะ ใช้ตะเกียบค่อยๆ คีบชิ้นเนื้อขึ้นมาแล้วแกว่งไปมาเล็กน้อยในน้ำเดือด







ซักพักก็นำขึ้นมา จุ่มในน้ำจิ้มแต่ละแบบ เราลอง sesame sauce กันก่อน เนื้อนุ่มมาก อีกทั้งน้ำจิ้มก็รสอร่อยกลมกล่อม การทานเนื้อแบบนี้ เราไม่ควรจะรีบทาน โดยเราควรจะเคี้ยวให้อาหารอยู่ในปากนานที่สุดเพื่อที่จะได้ enjoy รสชาติของเนื้อชั้นดี














หลังจากทานเนื้อกันอิ่มแล้ว เราก็จะนำเส้น udon ลงไปลวกในน้ำซุป แล้วก็รับประทานช่วงสุดท้ายของมื้อ เนื่องจากถ้าเราเริ่มทาน udon กันก่อน เราก็จะอิ่มจนไม่มีท้องเหลือสำหรับเนื้ออร่อยๆ นะคะ






น้ำซุปหลังจากลวกเนื้อเสร็จจะเห็นว่าต่างจากตอนแรกมากๆ เพราะมันจะมีความเข้มข้นขึ้นมาจากเนื้อ มันเนื้อและก็ผัก พวกเราจะชอบซดน้ำซุปสุดท้ายมากที่สุด เสียดายที่ไม่มีข้าวตุ๋นปิดท้ายเหมือนกับที่ kani doraku




ของหวานซึ่งจะมาพร้อมกับ set menu ก็จะเป็น chilled fruits in fresh cream จริงๆ แล้วถึงตอนนี้ก็อิ่มมากๆ จนไม่สามารถทานอะไรเข้าไปได้อีก





ก่อนกลับพี่นกขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับพนักงานสาว น่ารักที่ดูแลเราอย่างดี มื้อนี้จ่ายไปทั้งหมดเกือบๆ 20,000 yen สำหรับ 3 คนค่ะ มื้อนี้ treat โดยพี่ vicki เราก็เลยทั้งอิ่ม อร่อย แถมยังฟรีอีกด้วย :P







======================================
Restaurant Name: Hiro Gion
Location: Kyoto, Japan
Price: ~7,000 Yen/Person (Dinner)
======================================