ก๋วยเตี๋ยวหมู รุ่งเรือง (ซอยอารีย์)
==================================
Shop Name: Rung-Rueng
Location: Sukhumvit 26
Price: 40 THB and Up
==================================
ขนมหวานและพายอร่อยๆ ที่ร้านปทุมเค๊ก
ร้านอาหารเก่าแก่แถวสุขุมวิท ตัวร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 ถ้าเข้ามาจากถนนสุขุมวิท ร้านจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ ร้านมีที่จอดรถให้สำหรับลูกค้าบริเวณด้านใน ปกติเรามักจะมาแวะซื้อขนมพวกพายทั้งหลาย ถ้าวันไหนอยากทานอะไรง่ายๆ ก็จะแวะมานั่งทานที่ร้านนี้ อาหารที่ร้านนี้อร่อย แถมยังมีให้เลือกมากมาย เรามักจะสั่งเป็นพวกอาหารจานเดียว มาที่ไรก็มักจะสั่งเมนูเดิมๆ เช่น เส้นหมี่ผัดพริกสดปลาสลิด วันนี้ลองสั่งข้าวผัดคะน้าเนื้อเค็ม ก็ทำออกมารสใช้ได้แต่ไม่ได้ถึงกับอร่อยมาก หน้าตาคล้ายๆ ข้าวผัดซีอิ้วใส่เนื้อเค็มประมาณนั้น
ของหวานที่เราชอบมากของร้านนี้ น้อยหน่านมสด (40 THB) ทำออกมาได้รสถูกใจ หวานๆ มันๆ มีรสเค็มแทรกเล็กน้อย เค้าจะทำออกมาคล้ายๆ กับไอศครีมน้อยหน่า เหมาะกับเป็นของหวานช่วงอากาศร้อน จริงๆ แล้วตัวเองไม่ทานน้อยหน่า แต่พอมาทานที่ร้านนี้ถึงกับติดใจเมนูนี้
ขนมประเภทพายทั้งหลาย ที่เราชอบก็จะมีพายหมูสับกับพายไส้กรอก ชิ้นละ 12 THB เท่านั้น แถมพายไส้กรอกร้านนี้เค้าใช้ไส้กรอกคุณภาพดี ไม่ต้องกลัวว่าจะเจอไส้กรอกแป้งเหมือนบางร้าน
Bourbon Street Restaurant and Oyster Bar
รายการแรก ลองสั่ง New England Clam Chowder (130 THB) มาชามใหญ่มาก สามารถ share กันได้ถึง 4 คน ที่ร้านพนักงานน่ารักทุกคน แถมเจ้าของร้านก็มานั่งคุยด้วย ระหว่างที่รออาหาร ดูเป็นกันเองกับลูกค้าดีค่ะ Clam Chowder ใส่หอยลายมาเพียบ ตักไปตรงไหนก็เจอแต่หอยลาย รสดีจริงๆ สำหรับคนชอบทานรายการนี้ ห้ามพลาดเลยค่ะ ถัดมาเราลองสั่ง Baffalo Wings (150 THB) ซึ่งจะเสริฟพร้อม coleslaw และ blue cheese dipping จริงๆ แล้วสำหรับคนที่ชอบทานรสจัด แนะนำให้สั่งเป็น Fire Wings เพราะรู้สึกว่าจานนี้จะเข้มข้นน้อยไปนิดนึง Appetizer จานสุดท้ายก่อนเริ่ม Main Course คือ Nachos (150 THB) ซึ่งเราขอให้ที่ร้านเปลี่ยนจาก shredded beef เป็น shredded chicken แทน เนื่องจากเพื่อนหลายคนไม่ทานเนื้อวัว จานนี้เสริฟคู่กับ guacamole และ salsa sauce อร่อยดีค่ะ ต้องรีบทานตอนร้อนนะคะ ไม่งั้นแป้งข้าวโพดมันจะนิ่มซะก่อน
ถัดจาก Appetizer ก็มาต่อกันด้วยของหนักๆ กันบ้าง จานแรกพนักงานเสริฟ
แนะนำให้ลอง Jambalaya (240 THB) โดยเราสามารถเลือกเนื้อสัตว์ที่จะปรุงไปกับข้าวว่าจะเอาเป็นไก่หรือกุ้ง ของเราเลือกเป็นกุ้ง หน้าตาดูน่าทานมากๆ เสริฟมาคู่กับ Corn Bread และ Zucchini ตัวข้าวที่ผัดมากับกุ้งเข้มข้น อร่อยมากๆ เนื้อกุ้งสด แถมให้มาเยอะอีก ร้านนี้เค้าไม่ขี้เหนียวส่วนผสมที่ใส่มาเลย แต่ Corn Bread ที่เสริฟมาด้วยกัน รู้สึกว่าจะแข็งไปหน่อย ถ้าอบให้ร้อนๆ และนุ่มกว่านี้จะดีมาก ถัดมาเป็น Blackened Red Fish (320 THB) ที่เสริฟมาคู่กับ Eggplant ground pork dirty rice รวมทั้ง Zucchini และ Corn Bread เช่นเคย โดยเนื้อปลาในจานนี้ รสชาติใกล้เคียงกับ Jambalaya ตามที่ลองชิมดู เพราะฉะนั้นถ้าสั่ง Jambalaya แล้วแนะนำให้ลองสั่งเป็นรายการอื่นน่าจะดีกว่า จะได้ลองรสชาติหลากหลาย จากที่ดูในเมนู Andouille Sausage Gambo ก็เป็นอีกจานที่น่าสนใจ
มาทานอาหาร Mexican แล้วไม่ได้สั่ง Fajitas ก็ดูเหมือนว่าจะขาดอะไรไป เลยต้องสั่ง Shrimp Fajitas (390 THB) มาตบท้าย จานนี้มาเป็นกระทะร้อน มีกุ้งมาหลายตัว เสริฟพร้อม flour tortillas และเครื่องเคียงทั้งหลาย (sour cream, guacamole, salsa, and shredded cheese) กุ้งผัดมากำลังดี แต่เพื่อนบางคนบอกว่าจืดไปนิดนึง อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน ถ้าคนทานเค็ม อาจจะอยากให้เค็มขึ้นกว่านี้ ส่วนแป้งมันและไปนิดนึงค่ะ อยากให้หนากว่านี้เล็กน้อย เพราะเวลาใส่ไส้ลงไปมันจะ wrap ไม่ค่อยอยู่ ทานยากไปนิดนึง แต่โดยรวมก็อร่อยนะคะ
ของหวานสั่งมาลอง 2 อย่าง คือ Lemon Tart และ Pistachio Creme Blulee ส่วนตัวแล้วชอบ Lemon Tart ของที่ร้านนี้เพราะเปรี้ยวสะใจดี แถมแป้งพายก็กรอบร่วนใช้ได้ แต่ Creme Blulee อาจจะอบมาเละไปนิดนึง ถ้าเนื้อแน่นกว่านี้นิดนึงก็จะดีค่ะ อีกอย่างไม่ได้ความรู้สึกของ Pistachio แม้แต่เล็กน้อย น่าจะมี Grated Pistachio เป็น topping มาด้วยจะดีกว่านี้มาก
โดยรวมแล้วเราชอบรสชาติอาหารส่วนใหญ่ของที่นี่เพราะให้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับการทานอาหาร Mexican ที่อเมริกา แม้จะไม่เหมือนกันทีเดียวแต่ก็พอทดแทนกันได้นะคะ จริงๆ แล้วร้านนี้เค้ามีรายการเด็ด คือ Lived Crawfish ที่เค้าจะนำไปต้มกับสมุนไพร บังเอิญว่าเพื่อนไม่อยากสั่งเพราะสงสาร เลยเดินไปดูในตู้ที่เลี้ยงแทน ไม่รู้ใช่แบบเดียวกับที่เอามาเสริฟหรือเปล่า เพราะตัวมันใหญ่กว่า crawfish ที่เคยเห็นมา
Location: Sukhumvit 22, Bangkok
Bacco Italian Restaurant
ร้าน Bacco ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 53 ถ้าเข้าจากถนนสุขุมวิท น่าจะขับเข้ามาซักประมาณ 300 เมตร ร้านอยู่ทางซ้ายมือ ส่วนที่จอดรถจะอยู่ตรงข้ามร้านอาหารเลย ร้านนี้มีทั้งส่วนที่เป็น Wine Bar ด้วย ร้านใหญ่พอสมควร มีที่นั่งมากมาย แถมมี private room ด้วย ชื่อร้าน "Bacco" มาจากคำว่า "Bacchus" ซึ่งแปลว่า God of Wine สมชื่อร้านนี้เพราะมีไวน์ให้เลือกเยอะ เหมาะสำหรับคนชอบดื่มไวน์ สำหรับอาหารจานแรกที่เสริฟให้ลูกค้าก่อนเลย (Complimentary) เป็น Pizza Bread แป้งอร่อยใช้ได้ทานคู่กับน้ำมันมะกอกและ Balsamic Vinaigrette วันนี้มาทานกันแค่ 2 คนเลยสั่งอาหารได้ไม่กี่อย่าง เริ่มต้นมื้อกันด้วย Insalata Delio Chef (230 THB) เป็นสลัดแบบง่ายๆ ใส่ tuna, achovies, salad leaves, egg, tomato, onion & potato
ถัดมาเป็น Pizza เราเลือกสั่งแบบ 2 หน้า หน้าแรกชื่อ Diabla (tomato, mozzarella, spicy salami, bell pepper, italian sausage, olives, and hot chilli) ที่แปลกสำหรับหน้านี้คือ เค้าจะจุดไฟมาบนหน้า pizza ด้วย แต่ถ่ายรูปมาไม่ทัน เพราะแป็บเดียวไฟก้อดับแล้ว ส่วนอีกหน้าเราสั่งเป็น Quattro Formaggi (mozzarella, gorgonzola, smoked scamorza & parmesan) อร่อยทั้ง 2 หน้าเลย pizza ที่ร้านนี้เป็นแบบแป้งบาง อร่อยจริงๆ
หน้าที่เป็น four cheese ได้กลิ่นของ blue cheese มาเต็มๆ บังเอิญว่าตัวเองชอบ blue cheese อยู่แล้วก็เลยถูกใจ แต่กลิ่นอาจจะแรงไปสำหรับบางคนที่ไม่ชอบชีสประเภทนี้นะคะ
สำหรับเมนู spaghetti ของที่ร้านนี้มีให้เลือกเยอะมากๆ เราลองเลือกรายการที่เป็นรายการ christmas special ซึ่งปกติเค้าจะไม่ทำขาย ชื่อว่า Tagliolini Alla Battarga E Uova Di Salmone (480 THB) จานนี้เค้าจะใช้เส้น spaghetti สดมาผัดกับเครื่องปรุงพิเศษที่รสหอมมากๆ แล้วโรยหน้าด้วยไข่ปลาแซลมอนกับพริกแห้ง อร่อยดีค่ะ ส่วนอีกจาน เราสั่งเป็น Ravioli Crema Di Tartufo Rucola E Porcini (a.k.a.Truffle Ravioli) 450 THB รู้สึกว่าจานนี้ซอสจะออกรสหวานไปนิดนึง ทำให้ออกเลี่ยน ถ้าเค็มขึ้นอีกนิด จะอร่อยกว่านี้ค่ะ ส่วนไส้ของ ravioli น่าจะใส่เยอะกว่านี้นิดนึง ส่วนตัวชอบ Truffle Ravioli แบบที่ปรุงที่ร้าน Chef Gaggan
ของหวานเราสั่งเป็น Profiteroles (260 THB) หน้าตาดูน่าทาน แต่แป้งหนาไป ทำให้ไม่ค่อยอร่อยเท่าที่ควร ของหวานจานนี้จุดเด่นอยู่ที่แป้งถ้าตัวแป้งทำออกมาไม่ดี ก็จะเหมือนกับทาน Vanilla Ice Cream บนขนมปังแข็งๆ ราดหน้าด้วย chocolate sauce จริงๆ แล้วมีอาหารจานอื่นๆ ที่เจ้าของร้านแนะนำหลังจากไปอ่านเจอใน magazine แต่เราไม่ได้ลองทาน เช่น Spaghetti with live main lobster, Piada, etc. ไว้ต้องมาใหม่รอบหน้าค่ะ
Parferio By Sfree
ร้านขนมน่ารักๆ สไตล์ญี่ปุ่น ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ The Davis Hotel ในซอยสุขุมวิท 24 ตัวร้านตกแต่งได้ชวนน่านั่งแต่ความสูงของเก้าอี้กับโต๊ะ ดูจะผิดสัดส่วนไปนิด เลยนั่งไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ สงสัยไม่อยากให้ลูกค้านั่งนานๆ เมนูของที่ร้านนี้ทำรูปออกมาได้น่าทานมากๆ แต่พนักงานเค้าไม่ให้ถ่ายรูป เราก็เลยถ่ายมาแต่ขนมที่สั่งมาทาน เครื่องดื่มมีให้เลือกเยอะมาก ส่วนใหญ่เน้นประเภทที่ carolies ต่ำ สำหรับคนที่กลัวอ้วน สามารถเช็ค carolies ของบางรายการได้ด้วย จะได้ทานได้อย่างสบายใจ เราลองสั่ง Matcha Freddo (Green Tea Latte) และ Salmon Smoothie (Strawberry, Peach, Yoghurt) มาลอง เห็นเพื่อนที่ทาน Salmon Smoothie ชมว่าอร่อย ส่วน Matcha Freddo รสไม่เข้มข้นเท่าที่ควร ใครชอบ Green Tea Latte ไปทานของร้าน starbucks น่าจะอร่อยกว่า
สำหรับของหวานสั่งมา 3 รายการ เมนูแรก ชื่อ Parfait Rio (125 THB) เป็น chocolate ice cream, soft chocolate, and chocolate cake ใส่มาในถ้วย โปะด้านบนด้วย soft cream แล้วราด chocolate sauce และมี chocolate wafer ใส่มาด้วย รสชาติใช้ได้ เหมาะสำหรับคนชอบ chocolate
เมนูที่สองเป็น Signature Crepe (145 THB) ของที่ร้านนี้เลย แป้ง crepe บางใช้ได้ ด้านในเป็น Yoghurt Ice Cream รสออกเปรี้ยวๆ แต่ไม่มัน เลยออกธรรมดาไปนิดนึง สำหรับเมนูสุดท้ายที่พนักงานแจ้งว่าต้องรอ 15 นาที Chocolate Fondant (169 THB) ที่ทำออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร แป้งด้านนอกเละ ซึ่งจริงๆ ต้องอบให้นานกว่านี้ ทำให้ซอสด้านในมันออกมาเละๆ ปนกับแป้ง จานนี้สู้หลายๆ ร้านไม่ได้เลย ถ้าใครอยากทานจานนี้ไปทานที่ร้าน Tessa ตรง Thonglor น่าจะไม่ผิดหวัง โดยรวมแล้วร้านนี้ตกแต่งสวย น่านั่ง แต่รสชาติขนมยังธรรมดาไปนิด ถ้าจะให้กลับมาอีกครั้งอาจจะต้องคิดดูก่อนค่ะ
อาหารเกาหลี อร่อยๆ ที่แดจังกึม ประสานมิตร
ร้านนี้เป็นร้านที่เพื่อนที่ทำงานแนะนำให้ไปลองทานแต่พึ่งจะมีโอกาสมาวันนี้เอง หลังจากที่พยายามเสาะหาร้านอาหารเกาหลีอร่อยๆ ในกรุงเทพซึ่งเท่าที่ทานมายังไม่เจอที่ถูกใจซักเท่าไหร่ บางร้านที่เคยอร่อย ก็กลายเป็นไม่อร่อยไปแล้ว สำหรับร้านแดจังกึม เป็นร้านที่หาไม่ยากถ้ารู้จักประสานมิตรพลาซ่า เพราะร้านนี้ตั้งอยู่บนชั้น 3 นี่เอง ที่จอดรถมีมากมาย หลังจากทานอาหารเกาหลีเสร็จ ถ้ายังไม่อิ่มสามารถลงมาทานไอศครีม Umm Milk ที่อยู่ชั้น 1 เป็นของหวาน
อาหารที่ร้านมีให้เลือกมากมาย สามารถดูเมนูภาพประกอบเพื่อช่วยในการตัดสินใจ รูปที่ถ่ายมาหน้าตาดูดีอยู่หลายจานจนเลือกแทบไม่ถูก จริงๆ เราอยากสั่งเยอะกว่านี้แต่น้องคนเสริฟ แนะนำว่าเยอะแล้ว สงสัยกลัวเราจะทานไม่หมด ตกลงแล้วเลยสั่งเมนูเนื้อสำหรับย่างมา 3 จาน มี Yangnyem Galbi (450 THB) Deung Sim (450 THB) และ Boolgogi (300 THB) โดยเราสามารถเลือกที่จะย่างบนโต๊ะหรือจะให้พนักงานย่างมาจากในครัวเลยก็ได้ แต่ที่ร้านเค้าแนะนำให้ย่างบนโต๊ะ จะได้ทานตอนร้อนๆ เลย
ส่วนกิมจิของร้านนี้ เค้ามีมากมายเท่าที่นับได้มีประมาณ 7-8 อย่าง ซึ่งรวมถึงสลัดผักและผักสดสำหรับห่อทานกับเนื้อย่าง ที่ชอบมากๆ อย่างนึงเลยคือ น้ำจิ้มที่มีอยู่ 3 แบบ เข้ากับเนื้อย่างสุดๆ
เนื้อของร้านนี้ นุ่มมากๆ อร่อยทุกจาน สำหรับคนที่ชอบเนื้อติดมัน แนะนำให้สั่ง Deung Sim แต่ถ้าชอบเป็นเนื้อบางๆ แนะนำเมนู Boolgogi ส่วนเนื้อจานโปรดของวันนี้ยกให้เป็น Galbi เพราะไม่มีความเหนียวแม้แต่น้อย อร่อยมากๆ และเข้ากันดีกับผักกกาดหอม พริกและกระเทียมสด ซึ่งกระเทียมของร้านนี้ ไม่เหม็นเลยแปลกจริงๆ
นอกเหนือจากเมนูปิ้งย่าง เรายังสั่งอาหารมาอีก 2 จาน จานที่เป็นวุ้นเส้นผัด รู้สึกว่าจะเรียกว่า Chapjae เป็นจานที่เรามักจะชอบสั่งเวลาไปร้านอาหารเกาหลี ที่ร้านนี้เค้าผัดมาได้แบบกำลังดีเลย เครื่องที่ใส่ก็มีหลายอย่าง โรยงาหอมๆ มาด้านบนด้วย จานใหญ่มาก แต่ก็ทานกันจนหมด
จานสุดท้าย ชื่อว่า Mae Yun Bul Dak (280 THB) หรือเนื้อไก่ย่างแบบเผ็ด เค้าจะหั่นเนื้อไก่ที่ย่างมาหอมๆ นำไปหั่นเป็นชิ้นค่อนข้างใหญ่ ผัดมากับซอสเกาหลีแบบเผ็ด ซึ่งก็ไม่ได้เผ็ดมากอะไร ใส่กระทียมกลีบใหญ่มาเป็นจำนวนมาก และโรยหน้าด้วยต้นหอมหั่นฝอยและงา จานนี้เข้มข้นมาก เข้ากันดีจริงๆ กับข้าวสวยร้อนๆ
วันนี้ประทับใจสำหรับอาหารและการบริการ คิดว่าต้องกลับมาใหม่เร็วๆ นี้เพราะยังมีอีกหลายรายการที่น่าสนใจ
Pizza & Wine at Wine O'Clock
Wine O'Clock ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 49 ไม่ไกลจากโรงพยาบาลสมิติเวช ถ้าขับรถเข้ามาทางฝั่งถนนสุขุมวิท ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ เจ้าของร้านนี้นำเข้าไวน์จากหลายประเทศ ทางร้านจะมีห้องสำหรับเก็บไวน์อยู่หน้าร้าน สำหรับให้ลูกค้าเลือกซื้อไวน์กลับบ้านได้ด้วย
เนื่องจากเรามาทานอาหารกลางวันกัน เลยรู้สึกว่าจะเช้าไปสำหรับสั่งไวน์มาทาน เมนูเครื่องดื่มมีให้เลือกหลากหลายทั้งที่เป็น alcohol และ non-alcohol drinks รวมทั้งชาและกาแฟ เครื่องดื่มที่สั่งวันนี้เป็น iced coffee latte ค่ะ รสชาติพอใช้ได้ แต่รสของกาแฟยังอ่อนไปนิดนึง 
เราเริ่มต้นมื้อกันด้วย pizza bread (Fornarina Pizza Bread) อบมากรอบๆ หอมๆ ทานคู่กับtomato with mozzarella cheese & olive oil (ราคา 120 THB) ซึ่งเข้ากันได้ดีมากกับขนมปังกรอบๆ 
จานถัดมาเป็น Pan fried foie gras รับประทานคู่กับ poached peach, rasberry sauce, และผักrocket จานนี้ราคา 890 THB ตับห่านทอดมาได้ดีมาก ผิวข้างนอกเกรียมเล็กน้อยแต่ด้านใน สุกกำลังดี เสียดายที่น่าจะทำมาชิ้นใหญ่กว่านี้นิดนึงค่ะ

ถัดมาเป็นรายการที่ไม่ได้มีอยู่ในเมนู ซึ่งเป็นจานที่พนักงานเสริฟของเราวันนี้แนะนำให้ลองสั่งดู ซึ่งก็คือ Linguini with blue crab ผัดมาแบบแห้งๆ พร้อมกับพริกแห้งเล็กน้อย garlic และ olive oil โรยด้วยไข่ปลาด้านบน โดยจะสังเกตุเห็นเนื้อปูมาเป็นก้อนๆ เลยค่ะ รสชาติมีออกรสเผ็ดนิดๆ ทำให้จานนี้ไม่เลี่ยนเลย อร่อยมาก จานนี้ราคา 550 THB 

จานถัดมาเป็นพระเอกของมื้อนี้ โดย pizza ที่ร้านนี้มีให้เลือกหลายหน้ามากๆ และ pizza ที่นี่อบในเตาถ่าน (wood oven pizza) ซึ่งเป็นแบบแป้งบางกรอบ ครั้งแรกเราตั้งใจจะสั่ง o'clock pizza แต่เนื่องจากส่วนผสมหลักๆ หมด! ทำให้ต้องเปลี่ยนไปสั่งเมนูอื่นแทน พนักงานเสริฟของเราก็แนะนำรายการอื่นที่น่าจะอร่อยไม่แพ้กัน นั่นก็คือ Pizza with parma ham โดยเพิ่มหน้าอีก 2 อย่างคือ rocket และ mascapone cheese ซึ่งเข้ากันได้ดีมากกับ parma ham จานนี้ราคา 490 THB (Pizza = 370 THB และหน้าคิดเพิ่มหน้าละ 60 THB) 
แป้ง pizza บางๆ กรอบอร่อย โดยที่เครื่องบนหน้าอบมาได้กำลังดีไม่แห้งเกินไป ยังคงความชุ่มฉ่ำของ mascapone cheese ได้อย่างดี สรุปว่าจานนี้ผ่านค่ะ ทำให้อยากลองหน้าอื่นๆ รวมทั้งหน้า o'clock ที่ยังไม่ได้ลอง
สำหรับของหวานของมื้อนี้ เราเลือกทาน crepe suzette with vanilla ice cream จานนี้ทำออกมาได้ไม่ดีนักเนื่องจาก sauce ที่ทำออกมาค่อนข้างเยอะไป ทำให้ overpower รสของตัวเนื้อ crepe และส่วนประกอบอื่นๆ ถ้าทำ sauce ได้ light กว่านี้จะดีมากค่ะ จานนี้ราคา 350 THB 

มื้อนี้ราคารวมประมาณ 3,000 บาท แต่ถ้ามีบัตร citi bank จะได้ส่วนลด 10% นะคะ จริงๆ แล้วช่วงกลางวันทางร้านมีเมนู pizza และ spaghetti ให้เลือกทานในราคาเบาๆ แค่ 99++ ต่อจานนะคะ
========================================
Restaurant Name: Wine O'Clock
Location: Sukhumvit 49, Bangkok
Price: 1,500 THB/Person (Lunch)
========================================